บางคนใช้เวลากว่าครึ่งชีวิต หมกมุ่นอยู่กับคำถามซ้ำๆ

เช่นทำไมถึงเกิดมากับพ่อแม่ฐานะความเป็นอยู่อัตคัดขัดสน

ทำไมถึงเกิดเป็นหญิงให้ต้องเสียเปรียบเขาอยู่ร่ำไป

ทำไมถึงรูปไม่งามแถมนามยังตลก ไม่มีอะไรเป็นที่เชิดหน้าชูตาสักอย่าง

 

หรือบางคนแม้เหมือนมีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ และคุณสมบัติ

ก็ต้องทรมานใจกับข้อบกพร่องเล็กใหญ่ในชีวิต

เช่นฐานะร่ำรวยแต่เต็มไปด้วยภาระน่าหนักอก

เป็นชายแต่ใจแอบเป็นหญิง สวยหล่อแต่ตัวเตี้ยขาสั้นเต่อ

 เรียกว่าเจอเผชิญปัญหารบกวนจิตใจเดิมๆได้ตลอด

มองคนอื่นรอบตัวเขาไม่เห็นต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาเช่นตนกันเลย

 

หากเคยรู้สึกน้อยใจในชะตากรรมของตัวเองมาก่อน

 คนที่คงโดนเรากล่าวโทษมากที่สุดเห็นจะได้แก่บุพการีผู้ให้กำเนิด

ให้เราเกิดมาแล้วก็ไม่รู้จักเลี้ยงให้ดีมีความสุขสมบูรณ์อย่างลูกคนอื่น

 อันดับต่อมาน่าจะได้แก่เทวดาฟ้าดิน

อุตส่าห์ทำดีเหตุใดจึงแลไม่เห็นและตกรางวัลกับเรามากๆ

 

และแม้คนไทยบางส่วนถูกสอนมาถูกทาง

คือให้หมั่นท่องติดปากว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันเป็นกรรมเก่าของเราเอง

แต่ก็มักเป็นการท่องแบบนกแก้วนกขุนทองเอาไว้ปลอบใจตัวเอง

มากเสียกว่าที่จะตระหนักว่านั่นเป็นความรู้อันควรลงให้ลึกและเข้าใจให้ซึ้ง

จำแนกละเอียดเป็นเรื่องๆไปว่าที่กำลังเป็นอยู่

ที่กำลังพอใจหรือไม่พอใจมาจากการกระทำแบบไหน เพื่อความรู้แจ้ง

 เพื่อความสังวรระวัง และเพื่อความเร่งรัดให้ตนเองพัฒนาต่อๆไป

ทั้งในด้านที่ดีอยู่แล้วและในด้านที่ยังพร่องอยู่

 

 

ในปฐมบรรพหรือส่วนแรกของหนังสือเล่มนี้

จะพูดถึง กรรมเก่า ในหลายฐานะ

ทั้งโดยความเป็นช่างผู้ปั้นแต่งรูปร่างหน้าตา

ทั้งโดยความเป็นบรรพบุรุษผู้มอบมรดกตกทอดเป็นเงินทองของใช้

ทั้งโดยความเป็นองครักษ์พิทักษ์ความปลอดภัย

ทั้งโดยความเป็นยักษ์ในตะเกียงวิเศษ

 รวมทั้งความเป็นอะไรต่ออะไรให้เราอีกมากมาย

 ชนิดที่ต่อไปจะได้ขอบคุณหรือกล่าวโทษให้ถูกตัวกันจริงๆ

ไม่ใช่โทษมั่วไปเรื่อยโดยไม่ต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาใดๆ

หาว่าพ่อแม่ไม่พยายามให้ดีกว่าที่เคยบ้าง

หาว่าเทวดากลั่นแกล้งบ้าง

หาว่าคนรอบข้างเลวร้ายไปหมดบ้าง

 

 

ปฐมบรรพจะชี้ชัดตามพระพุทธองค์ตรัส คือ

 สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน

มีตนเป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด

มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

 กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้

 

 

ผู้ที่เริ่มเชื่อความจริงดังนี้ย่อมเลิกเรียกร้องสิ่งใดๆจากผู้อื่น

แล้วหันมาเรียกร้องเอาสิ่งที่ตนปรารถนาจากปัจจุบันกรรมของตัวเอง

และต่อไปหากจะน้อยใจชะตาหรือสภาพความเป็นอยู่ต่างๆ

 ก็คงน้อยใจตัวเองในอดีต ไม่น้อยใจ ผิดตัว

อย่างที่แล้วๆมา กับทั้งตระหนักในสิ่งที่ควรตระหนัก

 เช่นโดยหลักธรรมชาติแล้วเราควรกราบกรานแทบเท้าขอบพระคุณพ่อแม่

ไม่ว่าท่านจะเลี้ยงดูเรามาอย่างไร

หรือแม้กระทำต่อเราเช่นใดก็ตาม

เหตุผลหลักคือพวกท่านเป็นประตูนำเราเข้าเส้นทางมนุษย์

อันเป็นที่สุดแห่งศักยภาพการพัฒนาตนเอง

รวมทั้งตระหนักว่าเทวดานางฟ้าท่านเคยทำดีมาก็สมควร

ไปเสวยสวรรค์เพื่ออยู่เล่นเป็นสุข

ไม่ใช่ต้องมาคอยสอดส่องดูแลมนุษย์ตั้งเกือบหมื่นล้านคนบนโลกทุกวัน

หากรางวัลแห่งการทำดีคือต้องขึ้นสวรรค์ไปคอยสอดส่องดูแลมนุษย์ราว

กับเป็นขี้ข้าสิ่งมีชีวิตในภูมิต่ำ

กว่าไปทั้งชาติ ซึ่งอย่างนี้ก็อย่าทำดีหวังสวรรค์กันเลยดีกว่า

เอาแค่ครึ่งๆกลางๆพอได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกที

แล้วงอมืองอเท้ารอรับความช่วยเหลือจากเบื้องบนเท่านั้นพอ

 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า

ผู้สามารถมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้น นับว่าได้ที่พึ่งอันหายาก

และในแง่ของการเป็นที่พึ่งแห่งตนในระยะยาว

ก็ควรจะต้องรู้จักกรรมทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว

รู้ว่ากรรมอันใดดีจะได้ทำให้มาก

เพื่อได้เป็นเรือใหญ่อาศัยแล่นไปในมหาสมุทรแห่งภพภูมิ

รวมทั้งรู้ว่ากรรมอันใดชั่วจะได้หลีกเลี่ยงให้ห่าง

เพื่อไม่ต้องโดนมันโยนลงน้ำไปลอยคอลำบากลำบน

ดังตฤณ 

 

 

 

 

 

 

จิรัฏฐ์ บุญทา และ กฤษฎ์ อักษรวงศ์  

ออกแบบเว็ปไซท์

 

 

Comment

Comment:

Tweet